Khaosai Thapklo Phittaya School

โรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร

สวนพฤกษศาสตร์

Information

สวนพฤกษศาสตร์

Members: 23
Latest Activity: Dec 20, 2011

Discussion Forum

This group does not have any discussions yet.

Comment Wall

คอมเม้นท์

You need to be a member of สวนพฤกษศาสตร์ to add comments!

Comment by Patarawadee on November 30, 2011 at 12:51pm


ต้นกระทิง
ชื่อวิทยาศาสตร์(Scientific Name ):Calphyllum inophyllum L.
ชื่อวงศ์ ( Family Name ):GUTTIFERAE
ชื่อสามัญ(Common Name ):Alexandrian Laurel, Indian Laurel
ชื่ออื่นๆ ( Other Name ):กากะทิง(ภาคกลาง) ทิง(กระบี่) เนาวกาน(น่าน) สารภีทะเล(ประจวบคีรีขันธ์)
ลักษณะทั่วไป
ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 6-20 เมตร เรือนยอดแผ่กว้างเป็นพุ่มกลมแน่นทึบ ลำต้นมักคดงอ
เปลือกสีน้ำตาลปนเทาค่อนข้างเรียบ ทุกส่วนมียางสีเหลืองอมเขียว
ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 4-6 เซนติเมตร ปลายใบกลมหรือเว้าเล็กน้อย
โคนใบสอบ ใบหนาแข็ง เส้นใบถี่และขนานกัน (ใบคล้ายสารภี แต่ใหญ่กว่า ใบเป็นมัน และเส้นใบขนานกัน
เห็นชัดกว่า)
จุดเด่นของดอก ช่อดอกสีขาว ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อหนึ่งมี 6-10 ดอก
ก้านดอกสีขาวยาว 2-2.5 เซนติเมตร มีกลีบดอก 5-6 กลีบ รูปไข่ปลายแหลม กลีบดอกงองุ้มโค้งเข้าหากัน
มีเกสรเพศผู้สีเหลืองเข้มจำนวนมาก ช่วยเน้นให้ดอกมีสีเด่นชัดเจน ดอกบานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร
เมื่อใกล้โรยเกสรเพศผู้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ดอกบานไม่พร้อมกัน ดอกตูมมักอยู่ที่ปลายช่อดอก เมื่อบานเต็ม
ที่กลีบดอกจะบานแผ่โค้งออก มีกลิ่นหอมออกดอกตลอดปี
ผล เป็นรูปกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียวและเมื่อแก่สีน้ำตาล แห้ง ผิวย่น แต่ละผลมี
1 เมล็ด
การขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยง
ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด จะได้ต้นกล้าที่มีความแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี เป็นไม้ที่ทนต่อไอน้ำเค็ม
และลมทะเล จึงนิยมปลูกตามบ้านพักริมทะเล
การใช้ประโยชน์
ปลูกเป็นไม้ประดับโชว์ทรงพุ่ม ไม้ให้ร่มเงาตามริมถนนและในแปลงกลางแจ้งทั่วไป มีดอกหอม

Comment by ศศิวิมล หงษ์ทอง on November 29, 2011 at 4:09pm

หมากเหลือง

ชื่อสามัญ Yallow palm

ชื่อวิทยาศาสตร์ Chrysalidocarpus lutescens.

ตระกูล PALMAE

ถิ่นกำเนิด มาดากัสก้า

ลักษณะทั่วไป
หมากเหลืองเป็นปาล์มที่มีหน่อเป็นกอขึ้นรวมกัน กอหนึ่งจะมีประมาณ 6 - 12 ต้น สูงประมาณ 25 - 30 ฟุต
ลำต้นมีข้อปล้องโค้งออกจากโคนกอ แลดูสวยงามยิ่ง ใบเป็นใบรูปขนนก ทางใบยาว 6 - 8 ฟุต กาบใบจะ
ห่อหุ้มลำต้นไว้ หมากเหลืองเป็นปาล์มที่ได้รับความนิยม นำมาตกแต่งประดับประดาตามสถานที่เป็นอย่าง
มาก เพราะความสวยงามและมีรูปร่างที่ไม่เล็กและก็ไม่ใหญ่จนเกินไป
การดูแลรักษา
แสง ชอบแสงแดด ควรปลูกในที่โล่ง กลางแจ้ง

น้ำ ในระยะกำลังเจริญเติบโตควรรดน้ำทุกวัน

ดิน ควรเป็นดินร่วนเหนียวหรือดินเหนียวที่มีอินทรีย์วัตถุพอสมควร

ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ปีละ 2 ครั้ง

การขยายพันธ์ โดยการเพาะเมล็ด แยกหน่อ

โรคและแมลง ไม่ค่อยพบโรคที่ทำความเสียหาย จะมีปัญหาก็แต่แมลงเท่านั้น ได้แก่ หนอนปลอก หนอนเจาะลำต้น

การป้องกันกำจัด ใช้ไซกอนอัตรา 20 กรัมผสมน้ำ 20 ลิตร รดให้ทั่วบริเวณโคนต้น

Comment by MANEERAT RODPAN on November 29, 2011 at 3:18pm

หมากเขียว

ชื่อสามัญ Mac Arthur palm

ชื่อวิทยาศาสตร์ Ptychosperma macarthuri

ตระกูล PALMAE

ถิ่นกำเนิด หมู่เกาะนิวกินี
ลักษณะทั่วไป
การดูแลรักษา
หมากเขียวนี้จะแตกหน่อขึ้นเป็นกอรอบลำต้นลักษณะของกอสูงประมาณ 10 - 20 ฟุต ลำต้นมีขนาด 3 - 4 นิ้ว
มีสีเขียวปนเทาหรือน้ำตาลปนเทา เมื่อแก่มีข้อปล้องที่มองเห็นได้ชัดที่ลำต้นใบมีสีเขียวแก่ ส่วนใต้ใบสีเขียว
อ่อนมีลักษณะรูปขนนก ทางใบยาวประมาณ 8 - 9 ฟุต ก้านใบยาว 1 - 2 ฟุต ใบย่อยยาวประมาณ 3 - 4 ฟุต
ปลายใบตัดและเป็นฟันแหลม นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก สามารถอยู่ได้ทั้งในร่มและกลางแดด
แสง ชอบแสงแดดจัด ควรปลูกเอาไว้กลางแจ้ง
น้ำ ต้องการน้ำพอประมาณ
ดิน เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด
ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ปีละ 2 ครั้ง

การขยายพันธ์ โดยการเพาะเมล็ด แยกหน่อ

โรคและแมลง โรคไม่ค่อยพบ ส่วนมากจะพบเพลี้ยโดยเฉพาะหน้าร้อน

การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นด้วยมาลาไธออนหรือไดอาซินอนตามอัตราที่ระบุไว้ในฉลาก

Comment by PATTAMAWAN KHUN-IN on November 29, 2011 at 3:07pm

อินทนิลน้ำ

ต้นอินทนิลน้ำ

ดอกอินทนิลน้ำ
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร
Plantae

ส่วน Magnoliophyta

ชั้น Magnoliopsida

อันดับ Myrtales

วงศ์ Lythraceae

สกุล Lagerstroemia

สปีชีส์ L. speciosa
ข้อมูลทั่วไป[ซ่อน]
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia speciosa (L.) Pers.

อินทนิลน้ำ
อินทนิลน้ำ เป็นไม้ยืนต้น เป็นพรรณไม้ที่พบขึ้นทั่วไปตามที่ราบลุ่มและบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ ลำห้วย ในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดงดิบทั่วทุกภาค จะพบมากในป่าดงดิบภาคใต้ มีดอกสีม่วง สวยงาม มีชื่อในแต่ละท้องถิ่นต่างๆ กัน เช่น ตะแบกอินเดีย ฉ่องมู ซอง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) บาเอ (ปัตตานี) บางอบะซา (ยะลา นราธิวาส มาเลเซีย) อินทนิล (ภาคกลาง ภาคใต้) ตะแบกดำ (กรุงเทพฯ)(ในภาษาอังกฤษเรียก Pride of India หรือ Queen's flower)
อินทนิลน้ำเป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดสกลนคร และจังหวัดระนอง (เรียกว่า "อินทนิล")
ลักษณะ
ใบ
เป็นใบเดี่ยว (simple leaf) ออกตรงข้าม (opposite) หรือเยื้องกันเล็กน้อย (sub-opposit) ทรงใบรูปขอบขนาน (oblong) หรือรูปขอบขนานแกมรูปหอก (lanceolate) กว้าง 5 - 10 ซ.ม. ยาว 11 -26 ซ.ม. เนื้อใบค่อนข้างหนา เกลี้ยง เป็นมันทั้งสองด้าน โคนใบมนหรือเบี้ยวเยื้องกัน เล็กน้อย ปลายใบเรียวและเป็นติ่งแหลม เส้นแขนงใบมี 9 -17 คู่ เส้นโค้งอ่อนและจะจรดกับเส้นถัดไปบริเวณใกล้ ขอบใบ เส้นใบย่อยเห็นไม่เด่นชัดนัก ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นบ้างเล็กน้อย ก้านใบยาวประมาณ 1 ซ.ม. เกลี้ยงไม่มีขน
ดอก
เป็นชนิดดอกช่อ (inflorescence flower) แบบ Panicle ออกรวมกันเป็นช่อโต ยาวถึง 30 ซ.ม. ตามปลายกิ่งหรือตามง่ามใบใกล้ ๆ ปลายกิ่ง มีสี ต่าง ๆ กันเช่น สีม่วงสด ม่วงอมชมพูหรือชมพูล้วน ๆ ตรงส่วนบนสุดของดอกตูมจะมีตุ่มกลมเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงกลาง ผิวนอกของกลีบฐานดอกซึ่งติดกันเป็นรูปถ้วยหรือรูป กรวยหงายจะมีสันนูนตามยาวปรากฏชัด มีขนสั้นปก คลุมประปราย กลีบดอกบาง รูปช้อนที่มีโคนกลีบเป็นก้านเรียว ผิวกลีบเป็นคลื่นเล็กน้อย เมื่อบานเต็มที่จะมีรัศมีกว้างถึง 5 ซ.ม. เกสรผู้มีขนาดเดียวยาวไล่เรี่ยกัน รังไข่กลม เกลี้ยง
การดูแล
การขยายพันธุ์
โดยปกติมีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ (natural distribution) แต่อาจช่วยขยายพันธ์ได้โดยการเพาะเมล็ด
การออกดอกและการติดผล
เริ่มผลัดใบในฤดูร้อน ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม ก่อนที่ใบจะร่วงหล่นจากกิ่ง จะเปลี่ยนเป็นสีแดง โดยใบอ่อนจะผลิออกมาใหม่มาทดแทนในขณะที่ใบเก่ายังร่วงไม่หมดระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม โดยช่อดอกจะเริ่มออกเต็มไปหมดและจะบานต่อเนื่องกันเรื่อยไปจนถึงเดือนมิถุนายน ผลจะแก่ประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคม เมื่อผลแก่เต็มที่ผลก็จะแตกและโปรยเมล็ด[1]
ประโยชน์
เนื้อไม้
เนื้อไม้ นิยมใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน โดยมากใช้ทำกระดานพื้น ฝา กระเบื้อง มุงหลังคา ใช้ต่อเรือใบ เรือแจว เรือเดินทะเล ทำเกวียน เครื่องตบแต่งบ้าน ทำแจว พาย เปียโน หีบใส่ของ ถังไม้ กังหันน้ำ เครื่องมือการเกษตรต่าง ๆ เช่น ทำไถ ไม้นวดข้าว ครก สาก กระเดื่อง ลูกหีบ ซี่ล้อ ทำไม้คาน ไม้กั้นบ่อน้ำ ร่องน้ำ ทำหีบศพอย่างดี
สรรพคุณทางยา
• เปลือก รสฝาดขม แก้ไข้ แก้ท้องเสีย
• ใบ รสจืดขมฝาดเย็น ต้มหรือชงน้ำร้อนดื่ม แก้โรคเบาหวาน ขับปัสสาวะ เป็นยาลดความดัน
• เมล็ด รสขม แก้โรคเบาหวาน แก้นอนไม่หลับ
• แก่น รสขม ต้มดื่มแก้โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้โรคเบาหวาน
• ราก รสขม แก้แผลในปาก ในคอ เป็นยาสมานท้อง

Comment by patarawadee srirattanam on November 24, 2011 at 12:31pm

ต้นมะพร้าว
เป็นพืชยืนต้น ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก ผลประกอบด้วยเอพิคาร์ป (epicarp) คือเปลือกนอก ถัดไปข้างในจะเป็นมีโซคาร์ป (mesocarp) หรือใยมะพร้าว ถัดไปข้างในเป็นส่วนเอนโดคาร์ป (endocarp) หรือกะลามะพร้าว ซึ่งจะมีรูสีคล้ำอยู่ 3 รู สำหรับงอก ถัดจากส่วนเอนโดคาร์ปเข้าไปจะเป็นส่วนเอนโดสเปิร์ม หรือที่เรียกว่าเนื้อมะพร้าว ภายในมะพร้าวจะมีน้ำมะพร้าว ซึ่งเมื่อมะพร้าวแก่ เอนโดสเปิร์มก็จะดูดเอาน้ำมะพร้าวไปหมด
ขณะที่มะพร้าวยังอ่อน ชั้นเอนโดสเปิร์ม (เนื้อมะพร้าว) ภายในผลมีลักษณะบางและอ่อนนุ่ม ภายในมีน้ำมะพร้าว ซึ่งในระยะนี้เรามักสอยเอามะพร้าวลงมารับประทานน้ำและเนื้อ เมื่อมะพร้าวแก่ ซึ่งสังเกตได้จากการที่เปลือกนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ชั้นเอนโดสเปิร์มก็จะหนาและแข็งขึ้น จนในที่สุดมะพร้าวก็หล่นลงจากต้น

Comment by สวนพฤกษศาสตร์ on November 23, 2011 at 3:11pm

นักเรียนชุมนุมสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน

สัปดาห์นี้ให้ทุกคนช่วยกันหาข้อมูลพรรณไ้ม้ในโรงเรียน(ที่สนใจ)เกี่ยวกับชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ชื่อพื้นเมือง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และประโยชน์ มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ....ครู ผานิตา

Comment by สวนพฤกษศาสตร์ on November 23, 2011 at 3:04pm

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจ และทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของพันธุกรรมพืชต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ก่อให้เกิดกิจกรรมเพื่อให้มีการร่วมคิด ร่วมปฏิบัติที่นำผลประโยชน์มาถึงประชาชนชาวไทย ตลอดจนให้มีการจัดทำระบบข้อมูลพันธุกรรมพืชให้แพร่หลายสามารถสื่อถึงกันได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้สืบเนื่อง มาจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เมื่อครั้งปี พ.ศ.๒๕๐๓ ที่ทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์ต้นยางนา และทรงให้รวบรวม พืชพันธุ์ไม้ของภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศปลูกไว้ในสวนจิตรลดา โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จึงเป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อสนองแนวพระราชดำริ และสืบสานพระราชปณิธานแห่งพระองค์ โดยปรากฏในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ มากมาย และกิจกรรมการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชแก่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้แก่ เยาวชน บุคคลทั่วไปให้มีความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญเกิดความปิติ และสำนึกที่จะร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์พืชพรรณของไทยให้คงอยู่เป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าประจำชาติสืบไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ที่เกี่ยวกับ" ปัจจัยสี่ " อันเป็นพื้นฐานหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ จึงนับได้ว่าพันธุ์ไม้เหล่านี้มีความผูกผันกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยมาช้านานนับจาก อดีตจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ประโยชน์ที่เคยได้รับจากพรรณพืชอาจแปรไปตามสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ความต้องการของสังคม และผู้บริโภค การสำรวจค้นคว้า และวิจัยตามหลักวิทยาการสมัยใหม่เกี่ยวกับพฤกษศาสตร์ ดังที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ ดำเนินการอยู่ใน ขณะนี้จึงสามารถทำให้คนไทยได้ทราบถึงคุณประโยชน์ของพืชพรรณหลายชนิดซึ่งบางชนิดเป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีการนำมาใช้ประโยชน์แต่ขาดการดูแลรักษาจนปริมาณลดลง และเกือบสูญพันธุ์จากถิ่นกำเนิดพืชบางชนิดมีมาช้านานแต่มิได้เป็นที่ล่วงรู้ถึงคุณประโยชน์ จนอาจถูกละเลย หรือถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย

พระราชดำริบางประการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีส่วนที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
• ทรงเห็นว่าส่วนเก่าในแถบนนทบุรี มีพันธุ์ไม้เก่า ๆ อยู่มาก เช่น ทุเรียนบางพันธุ์อาจยังคงมีลักษณะดีอยู่ แต่ส่วนเหล่านี้จะเปลี่ยนสภาพไปจึงทรงห่วงว่าพันธุ์ไม้ เหล่านั้นจะหมดไป
• การอนุรักษ์พันธุ์พืช ควรอนุรักษ์พันธุ์ที่ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจไว้ด้วย
• น่าจะมีการสำรวจพืชพรรณไม้ตามเกาะต่าง ๆ เพราะยังไม่มีผู้สนใจเท่าไร
• การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้นควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่าหากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเองจะทำให้เด็กเกิดความเครียดซึ่งจะเป็นผลเสียต่อประเทศในระยะยาว
• การทำศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืชโดยมีคอมพิวเตอร์นั้น ควรให้มีโปรแกรมที่สามารถแสดงลักษณะของพืชออกมาเป็นภาพสีได้เพื่อสะดวกในการอ้างอิงค้นคว้า
ความเป็นมา เนื่องจากโครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตรสวนจิตรลดา จัดให้มีงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เพื่ออนุรักษ์เก็บรักษาพันธุ์พืชที่หายาก หรือกำลังจะสูญพันธุ์ ได้รับผลสำเร็จในพืชสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น หวาย ขนุน และมีงานวิจัยเกี่ยวกับพืชพรรณอื่นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจการอนุรักษ์ และศึกษาวิจัยจึงมีความ สำคัญต่อการพัฒนาทางการเกษตร และการอนุรักษ์พันธุ์พืชของประเทศเป็นอย่างมาก ทำให้มีแนวคิดที่จะพัฒนางานด้านพันธุ์พืช เพื่อให้สามารถนำวิทยาการ ใหม่ ๆ ที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ก่อประโยชน์แก่เกษตรกรไทย โดยเฉพาะเกษตรกรที่ยากจนในชนบท ซึ่งมีแนวโน้ม ที่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางการเกษตร โดยเฉพาะด้านพันธุ์พืชจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
การดำเนินงานการศึกษาพรรณไม้ เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาพรรณไม้และได้ศึกษาอย่างละเอียดเพื่อให้นักเรียนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พรรณไม้ และ
มีจุดประสงค์ของโครงการ ดังนี้
1. เพื่อสร้างจิตสำนึกให้นักเรียนมีความรัก และเห็นคุณค่าของพืชพรรณไม้
2. เพื่อให้โรงเรียนเป็นแหล่งรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้ ข้อมูลพรรณไม้ และการเก็บรักษาเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และเผยแพร่สู่ภายนอก
3. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
4. เพื่อให้เกิดภูมิทัศน์ที่สวยงามร่มรื่น
5. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจากเว็บไซต์ได้อย่างถูกต้อง
6. ผู้เข้าชมได้รับความรู้เกี่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์ของโรงเรียนจากเว็บไซต์นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
7. ผู้เข้าชมสามารถการดำเนินงานร่วมกันระหว่างนักเรียน ครู และอาจารย์ได้
8. เพื่อให้นักเรียนมีสวนร่วมในการดูแลรักษาสวนพฤกษศาสตร์
9. เพื่อให้สภาพแวดล้อมทางกายภาพทั่วไปของโรงเรียน สะอาด ร่มรื่น น่าอยู่

ความเป็นมา
สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา

งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา ดำเนินการสนองพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ที่ทรงอยากให้เยาวชน ได้มีโอกาสศึกษาพรรณไม้ เข้าใจ และเห็นความสำคัญ เกิดความรักในต้นไม้ เกิดความเบิกบานใจที่ได้สัมผัสธรรมชาติ ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติจนเกิดประโยชน์ ถึงมหาชนชาวไทย โรงเรียนเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ ตั้งแต่พุทธศักราช 2537 ในกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เพื่อพัฒนาบุคลากร อนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากร พันธุกรรมพืชอีกทั้ง อีกทั้งพัฒนาให้โรงเรียนเป็นฐานของคุณภาพชีวิตเยาวชน โดยมีการใช้ ประโยชน์ของพรรณไม้ในการสร้างบรรยากาศให้ร่มรื่น สบายตา กรองมลพิษ บรรเทาความกระด้างของจิตใจนักเรียนและยังพัฒนา สวนพฤกษศาสตร์ ในโรงเรียนเป็นฐานของการเรียนรู้ของทุกรายวิชา เรียนรู้ธรรมชาติ เพื่อให้เกิดปัญญา และวิทยาการ แนวทางการดำเนินการ ทำการศึกษาในเชิงกายภาพ มีความหลากหลายในการศึกษา แต่ละระดับชั้น ใช้เทคนิควิธีการศึกษา ภูมิปัญญาต่างกัน แต่เมื่อนำมารวมกันจะเป็นความรู้ทั้งหมด โดยเน้นให้นักเรียนได้ สัมผัสจริงเรียนรู้แบบมีความสุขแบ่งการดำเนินการออกเป็น

องค์ประกอบที่ ๑ การจัดทำป้ายพรรณไม้
องค์ประกอบที่ ๒ การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลูกในโรงเรียน องค์ประกอบที่ ๓ การศึกษาข้อมูลด้านต่างๆ องค์ประกอบที่ ๔ การรายงานผลการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ ๕ การนำไปใช้ประโยชน์

โรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา ได้จัดทำสวนพักผ่อน เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาพรรณไม้ต่างๆ อย่างทั่วถึง นำความรู้ไป บูรณาการกับ วิชาต่างๆ และทางโรงเรียนได้จัดทำ ห้องพิพิธภัณฑ์พืชและมุมพฤกษศาสตร์ไว้มากมายเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษา

Comment by PUPA on November 9, 2011 at 2:08pm

ต้นไม้ประจำจังหวัด พิจิตร
ชื่อพันธุ์ไม้ บุนนาค
ชื่อสามัญ Iron Wood, Indian Rose Chestnut
ชื่อวิทยาศาสตร์ Mesua ferrea Linn.
วงศ์ OUTTIFERAE
ชื่ออื่น ก๊าก่อ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ก้ำกอ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), บุนนาค (ทั่วไป), ปะนาคอ (มลายู-ปัตตานี, สารภีดอย (เชียงใหม่)
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง 15–25 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกเรียบสีน้ำตาลปนเทา เรือนยอดเป็นพุ่มทึบรูปเจดีย์ต่ำ ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียว รูปไข่ยาวเรียวแคบ ขอบใบเรียบ ท้องใบสีขาวนวลอมเทาเป็นมันคล้ายใบมะปราง ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นกระจุกสีขาวนวล กลีบดอกมี 5 กลีบและมีกลิ่นหอม เกสรเพศผู้เป็นฝอยสีเหลืองจำนวนมาก ผลเป็นรูปไข่ เปลือกแข็ง
ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม สภาพดินร่วนปนทราย และดินร่วนที่มีความชุ่มชื้น
ถิ่นกำเนิด เกิดขึ้นตามธรรมชาติตามป่าทั่วไป

Comment by Patarawadee on November 9, 2011 at 12:45pm

ไม้มงคล วันอาทิตย์

คนเกิดวันอาทิตย์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า ทะเยอทะยานสูง ชีวิตในวัยเด็กไม่ค่อยอบอุ่นสุขสบายนัก แต่เมื่อเติบโตแล้วจะมีฐานะมั่งคั่ง ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ให้ระวังเรื่องการใช้สอยเพราะเป็นคนใจกว้างอย่างนักเลง ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง เป็นคนรักเพื่อนฝูงมาก จริงใจประเภทถึงไหนถึงกัน แต่ไม่ค่อยได้ความจริงใจตอบเพราะทำคุณกับใครไม่ขึ้น อุปนิสัยอารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว สุภาพอ่อนโยน คล่องแคล่ว ชอบพบปะผู้คน พูดจาดีมีหลักการ ใจอ่อนรักหลงคนง่าย ค่อนจะเจ้าชู้แต่รักใครแล้วจะทุ่มเทสุดชีวิต ชอบเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวังเรื่องความใจร้อน เรื่องความหูเบาเชื่อคนง่าย และเรื่องหน้าใหญ่ใจโต ซึ่งอาจจะสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว
ไม้มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลก ต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันอาทิตย์มี ดังนี้

โป๊ยเซียน จะเป็นพันธุ์ใดก็ได้แต่จะต้องมีดอกสีเหลือง หรือสีส้ม และจะเป็นมงคลอย่างยิ่งหากเป็นสีส้มหรือสีเหลืองในดอกเดียวกัน โป๊ยเซียนไม้แห่งโชคลาภจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก

โกศลเป็นไม้ที่ใบมีสีสันต่างๆ ทั้งเหลือง เขียว แดง ส้ม ซึ่งก็เป็นสีที่ถูกโฉลก คำว่าโกศลนั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข

จำปา ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันอาทิตย์อย่างยิ่ง

ชบา ทั้งที่ดอกสีเหลือง และ สีส้ม ซึ่งจะทำให้บ้านดูสดใส

ราชพฤกษ์หรือคูน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าสวยงาม และมีดอกสีเหลืองตัดกับสีของท้องฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี

กุหลาบ ควรเป็นกุหลาบดอกสีเหลือง หรือส้ม หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ

น.ส.ภัทรวดี วงศ์สง่า ม.5/1

Comment by Ladda on September 16, 2011 at 8:30am

รายงานตัวค่ะ ลัดดา  แสงสว่าง

 

 

Members (21)

 
 
 

สมาชิก

Birthdays

Birthdays Tomorrow

Facebook -Khtp

© 2014   Created by Khaosai Thapklo Phittaya School.   สนับสนุนโดย

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service