Khaosai Thapklo Phittaya School

โรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร

สารประกอบไอออนิก

พันธะไออนิก( Ionic bond )
พันธะไอออนิก ( Ionic bond ) หมายถึง พันธะระหว่างอะตอมที่อยู่ในสภาพอิออนที่มีประจุตรงกันข้ามกัน ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนย้ายอิเล็กตรอน 11 ตัว หรือมากกว่า จากอิเล็กตรอนวงนอกสุดของอะตอมหนึ่งไปยังอีกอะตอมหนึ่ง เพื่อให้จำนวนอิเล็กตรอนวงนอกสุด ครบออกเตต ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างอะตอมของโลหะกับอโลหะ โดยที่โลหะเป็นฝ่ายจ่ายอิเล็กตรอนในระดับพลังงานชั้นนอกสุดให้กับอโลหะ




ขั้นตอนการเกิดพันธะไอออนิก มี 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 (DH1 = พลังงานการระเหิด)
Na (s) ® Na (g) DH1 = +109 kJ/mol
ขั้นที่ 2 (DH2 = พลังงานสลายพันธะ)
1/2 Cl2 (g) ® Cl (g) DH2 = +121 kJ/mol
ขั้นที่ 3 (DH3 = พลังงานไอออไนเซชัน)
Na (g) ® Na+ (g) + e- DH3 = +494 kJ/mol
ขั้นที่ 4 (DH4 = พลังงานสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน)
Cl2 (g) + e- ® Cl- (g) DH4 = -347 kJ/mol
ขั้นที่ 5 (DH5 = พลังงานแลตทิช)
Na+ (g) + Cl- (g) ® NaCl (s) DH5 = -787 kJ/mol
เมื่อรวมขั้นที่ 1 ถึง 5 เข้าด้วยกันจะได้
Na (s) + 1/2 Cl2 (g) ® NaCl (s) DH



การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิก
การละลายของสารประกอบไอออนิก
สารประกอบไอออนิกบางชนิดละลายน้ำได้ดีและบางชนิดไม่ละลายน้ำ การที่สารประกอบไอออนิกละลายน้ำได้เนื่องจากแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ำกับไอออนมีค่ามากกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบ เช่น เมื่อนำโซเดียมคลอไรด์มาละลายในน้ำ แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ำกับโซเดียมไอออน และน้ำกับคลอไรด์ไอออนมีค่าสูงกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนทั้งสอง โซเดียมคลอไรด์จึงละลายน้ำได้ เมื่อไอออนเหล่านี้หลุดออกจากโครงสร้างเดิม แต่ละไอออนจะถูกล้อมรอบด้วยโมเลกุลของน้ำหลายๆโมเลกุล โดยน้ำจะหันขั้วที่มีประจุตรงกันข้ามเข้าไอออนที่ล้อมรอบ
ในการละลายน้ำของสารประกอบไอออนิก จะมีขั้นย่อยๆของการเปลี่ยนแปลง 2 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 ผลึกของสารประกอบไอออนิกสลายตัวออกเป็นไอออนบวกและลบในภาวะก๊าซ ขั้นนี้ต้องใช้พลังงานเพื่อสลายผลีก พลังงานนี้เรียกว่า พลังงานโครงร่างผลึก ( latece energy ) , E1
ขั้นที่ 2 ไอออนบวกและไอออนลบในภาวะก๊าซรวมตัวกับน้ำ ขั้นนี้มีการคายพลังงาน พลังงานที่คายออกมาเรียกว่า พลังงานไฮเดรชัน (Hydration energy ) , E2
พลังงานของการละลาย ( D E) มีค่า = E1 + E2 พลังงานของการละลายพิจารณาจากพลังงานโครงร่างผลึก ( E1 ) และพลังงานไฮเดรชัน ( E2 ) ดังนี้
1. ถ้าค่า D E< 0 ( E1 < E2 ) การละลายจะเป็นแบบคายพลังงาน
2. ถ้าค่าD E > 0 ( E1 > E2 ) การละลายจะเป็นแบบดูดพลังงาน
3. ถ้าD E = 0 ( E1 = E2 ) การละลายจะไม่คายพลังงาน
4. ถ้า พลังงานโครงร่างผลึกมีค่ามากกว่าพลังงานไฮเดรชันมากๆ ( E1 >>>> E2 ) จะไม่ละลายน้ำ



สมบัติทั่วไปของสาประกอบไอออนิก
1. มีขั้ว เพราะสารประกอบไอออนิกไม่ได้เกิดขึ้นเป็นโมเลกุลเดี่ยว แต่จะเป็นของแข็งซึ่งประกอบด้วยไอออนจำนวนมาก ซึ่งยึดเหนี่ยวกันด้วยแรงยึดเหนี่ยวทางไฟฟ้า
2. ไม่นำไฟฟ้าเมื่ออยู่ในสภาพของแข็ง แต่จะนำไฟฟ้าได้เมื่อใส่สารประกอบไอออนิกลงในน้ำ ไอออนจะแยกออกจากกัน ทำให้สารละลายนำไฟฟ้าในทำนองเดียวกันสารประกอบที่หลอมเหลวจะนำไฟฟ้าได้ด้วยเนื่องจากเมื่อหลอมเหลวไอออนจะเป็นอิสระจากกัน เกิดการไหลเวียนอิเลคตรอนทำให้อิเลคตรอนเคลื่อนที่จึงเกิดการนำไฟฟ้า
3. มีจุหลอมเหลวและจุดเดือดสูง ความร้อนในการทำลายแรงดึงดูดระหว่างไอออนให้กลายเป็นของเหลวต้องใช้พลังงานสูง
4. สารประกอบไอออนิกทำให้เกิดปฏิกิริยาไอออนิก คือ ปฏิกิริยาระหว่างไอออนกับไอออน ทั้งนี้เพราะสารไอออนิกจะเป็นไอออนอิสระในสารละลาย ปฏิกิริยาจึงเกิดทันที
5. สมบัติไม่แสดงทิศทางของพันธะไอออนิก สารประกอบไอออนิกเกิดจากไอออนที่มีประจุตรงกันข้ามรอบ ๆ ไอออนแต่ละไอออนจะมีสนามไฟฟ้าซึ่งไม่มีทิศทาง จึงทำให้เกิดสมบัติไม่แสดงทิศทางของพันธะไอออนิก
6. เป็นผลึกแข็ง แต่เปราะและแตกง่าย


การอ่านชื่อสารประกอบไอออนิก
กรณีเป็นสารประกอบธาตุคู่ ให้อ่านชื่อธาตุที่เป็นประจุบวก แล้วตามด้วยธาตุประจุลบ โดยลงท้ายเสียงพยางค์ท้ายเป็น “ ไอด์” (ide) เช่น
NaCl อ่านว่า โซเดียมคลอไรด์
Na2O อ่านว่า โซเดียมออกไซต์

กรณีเป็นสารประกอบธาตุมากกว่าสองชนิด ให้อ่านชื่อธาตุที่เป็นประจุบวก แล้วตามด้วยกลุ่มธาตุที่เป็นประจุลบได้เลย เช่น
CaCO3 อ่านว่า แคลเซียมคาร์บอเนต
Na2SO4 อ่านว่า โซเดียมซัลเฟต

กรณีเป็นสารประกอบธาตุโลหะทรานซิชัน ให้อ่านชื่อธาตุที่เป็นประจุบวกและจำนวนเลขออกซิเดชันหรือค่าประจุของธาตุเสียก่อน โดยวงเล็บเป็นเลขโรมัน แล้วจึงตามด้วยธาตุประจุลบ
CuSO4 อ่านว่า คอปเปอร์(II)ซัลเฟต
FeCl3 อ่านว่า ไอร์รอน(III)คลอไรด์


ตั้งคำถาม 2 ข้อ
1. สารไอออนิกข้อใดที่ละลายน้ำได้ทุกสาร
ก. KNO3 , ZnSO4 , Ca(PO4)2
ข. LI2CO3 , (NH4)2SO4 , NaCN
ค. NH3 , H2CO3 , NaOH
ง. AgI , Mg(NO3)2 , CuSo4
2.สารประกอบไออนิก A ละลายน้ำได้มากกว่า B ที่อุณหภูมิเดียวกัน แสดงว่า
ก. สาร A มีพลังงานแลตทิต น้อยกว่า B
ข. การละลายของ A คายความร้อนมากกว่า B
ค. ทั้งสาร AและB มีพลังงานแลตทิตไม่สูงมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานไฮเดรชัน
ง. ถูกทุกข้อ


นาย บริวัตร มัชฌิมา เลขที่ 3 ชั้น ม.4/1
น.ส.สุพัตรา ทองศรี เลขที่ 22 ชั้น ม.4/1

Views: 673

คอมเม้นท์

You need to be a member of Khaosai Thapklo Phittaya School to add comments!

Join Khaosai Thapklo Phittaya School

สมาชิก

Birthdays

There are no birthdays today

Facebook -Khtp

© 2014   Created by Khaosai Thapklo Phittaya School.   สนับสนุนโดย

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service